ReadyPlanet.com


จะเริ่มต้นเรียนศิลปะจากตรงไหน ?


จะเริ่มต้นเรียนศิลปะจากตรงไหน ?

อนันต์  ประภาโส

 

          การที่ใครสักคนจะโดดเข้ามาใช้ชีวิตในแวดวงที่เกี่ยวข้องกับศิลปะนั้น ไม่ใช่ว่าเห็นเพื่อน ๆ  เรียนแล้วเท่ห์ก็มาลอง ๆ  ดูนั้นคงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต  อย่าว่าแต่สายศิลปะเลย  แม้การงานด้านอื่น ๆ  หากเราทำตาม ๆ  เขาไปโดยที่ตัวเองไม่ได้รัก-ชอบอะไร  ในที่สุดเรานั่นเองแหละที่จะมีความทุกข์  เพราะเลือกทางเดินชีวิตผิด

          ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า  ให้น้องเลือกเรียนแต่เฉพาะสาขาที่ตัวเองถนัดเท่านั้นนะครับ  เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วหลายคนคงส่ายหน้าลาสายศิลป์ไปเลย  เพราะเหตุผลที่ว่าชอบก็ชอบอยู่หรอก  แต่วาดรูปไม่เป็นจะไปเรียนได้อย่างไร 

          ผมรู้จักคนหลายคนที่สารภาพว่าตนเองนั้นรักงานศิลปะเป็นชีวิตจิตใจ  แต่ที่เลือกเรียนทางด้านอื่นเพราะกลัวจะไปทางด้านศิลป์ไม่ไหว  เรียกว่า ไม่มีพรสวรรค์  หรือไม่มีหัวศิลป์ก็คงจะได้  แต่แล้วเขากลับไม่มีความสุขกับวิชาชีพอื่นๆ  ที่เขาเรียนมาเพราะยังฝังใจกับโลกของศิลปะอยู่แล้วก็คิดลงโทษตัวเองว่าไม่มีความสามารถที่จะเรียนได้

          ดังนั้น...อยากให้น้อง ๆ  สำรวจตัวเองสักครั้งซิว่า  เรารัก-ชอบทางศิลปะจริง ๆ  หรือเปล่า  และเราอยากทำงานทางด้านนี้จริงหรือไม่  การสำรวจตัวเองนี้ห้ามนำความสามารถทางศิลปะมาเป็นเครื่องวัดเด็ดขาด  ขอเพียงให้เรารู้ว่าเรารักทางด้านนี้  อนาคตก็เห็นอยู่ไร ๆ  แล้ว  และสาเหตุที่ทำให้คนรักศิลปะทั้งหลายไม่กล้าตัดสินใจเรียนทางด้านศิลปะนั้น   เป็นเพราะเขาไม่กล้าที่จะเริ่มคิด-เขียน  และไม่กล้าที่จะเริ่มต้น  ผิด  การเรียนรู้ศิลปะก็ไม่ต่างอะไรไปจากการหัดพูดของเด็ก ๆ   ใหม่ ๆ  ก็ต้องพูดผิดพูดถูก  ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง  แต่เมื่อพูดทุกวันมันจะพัฒนาขึ้นและกลายเป็นคนพูดชัดได้ในที่สุด  สำคัญคือคุณกล้าพอที่จะ  พูด  หรือเปล่า  ถ้ากล้าพอ...เรามาเริ่มต้นกันเดี๋ยวนี้เลย

          การเริ่มต้นเรียนศิลปะ-ออกแบบไม่ใช่เริ่มที่คำว่า  หนูควรจะเริ่มตรงไหนดี  วาดรูปอะไรก่อน...”  แต่ต้องเริ่มจากข้างในตัวคุณก่อนนั่นคือการสร้างนิสัย  บุคลิก  จิตใจของศิลปินขึ้นก่อนเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ศิลปะในขั้นต่อ ๆ  ไป  การเริ่มต้นนี้ใช้หลักแปดประการ

          1.  มีใจฝักใฝ่  คือการสร้างจิตสำนึกในใจตลอดเวลาว่าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่จะเป็นศิลปิน  นักออกแบบ  ฯลฯ  แล้วพยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจตลอดเวลา  บางครั้งเราอาจสร้างฉากขึ้นมาให้ตัวเองเป็นนักศิลปะในแขนงนั้น ๆ  ก็ได้  เช่นเราชมภาพยนตร์โฆษณาสักเรื่องหนึ่ง  แล้วอาจจะลองคิดดูว่าถ้าเราเป็นคนสร้างเราจะทำแตกต่างกับเขาอย่างไร  อะไรที่เขาทำดีแล้ว  อะไรที่ยังไม่ถูกใจเรา  หรือเมื่อเราดูมิวสิควีดีโอ  เราอาจจะลองคิดเล่น ๆ  ว่าถ้าเป็นเราเราจะทำยังไงให้มันน่าสนใจกว่านี้  สวยกว่านี้เป็นต้น  เรียกว่าเห็นอะไร  คิดอะไร  พูดอะไรก็ให้เกี่ยวกับศิลปะไปหมด  ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณแสดงออกบ้า ๆ  บอ ๆ  กับเพื่อนหรือคนใกล้ชิดนะ  ให้คุณสร้างจิตฝักใฝ่ขึ้นแล้วเก็บเอาไว้ในใจเพื่อเป็นเชื้อประทุในการเรียนศิลปะของเรานั่นเอง

          2.  ช่างสังเกต-จด-จำ  อย่ามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างผ่าน ๆ  แค่ให้รู้ว่าเป็นอะไร  นั่นยังไม่พอสำหรับนักศิลปะ-ออกแบบทั้งหลาย  เมื่อเรามองดอกกุหลาบเราต้องเห็นทั้งกิ่ง  ใบ  ดอก  หนาม  สี  และรู้ความหมาย-ประโยชน์ของมัน  บางครั้งเราอาจซื้อกุหลาบกำใหญ่จากตลาดซึ่งห่อด้วยหนังสือพิมพ์  เราอาจจะคิดเลยไปได้อีกว่าข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มันเกี่ยวข้องกับกุหลาบอย่างไร  การสังเกตและจดจำเป็นบุคลิกสำคัญของนักออกแบบ  การสังเกตจดจำเปรียบเสมือนการกินอาหารของมนุษย์ทำให้เรามีข้อมูลอยู่ในสมองมาก  เป็นการสร้างประสบการณ์  และโลกทรรศน์ให้กว้างขวาง  และเมื่อเราเรียนหรือทำงานศิลปะสิ่งที่เราสังเกตจดจำเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นงานออกแบบ  หรือไอเดียที่ดีจนบางครั้งเราเองยังประหลาดใจ...

          3. มีความคิดสร้างสรรค์  โดยทั่วไปมนุษย์มักจะคิดถึงเรื่องต่าง ๆ  ตามเหตุและผลหรือตามข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน  สำหรับผู้ที่มีความคิดแปลกแยกออกไปและเป็นความคิดในเชิงบวกผู้นั้นจะถูกยกย่องให้เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์  ศิลปะคือความแปลก  ใหม่  จริง  ดี  งาม  ดังนั้นผู้ใดที่รู้จักคิดยอกย้อนสลับซับซ้อนและสร้างสรรค์แล้ว  ผู้นั้นก็เหมาะที่จะดำเนินอาชีพในเชิงศิลปะ

          4.  ใจกว้าง  อาจจะแปลกใจกับข้อนี้สักหน่อยที่ว่า  นักศิลปะทั้งหลายที่เรารู้จักมักจะมีอีโก้สูง  เชื่อมั่นในความคิดของตนเอง  แล้วทำไมผมจึงบอกว่าผู้ที่จะเรียนศิลปะต้องใจกว้าง  คำว่าใจกว้างหมายถึงให้รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเพื่อนำมาพิจารณา  (ไม่ได้หมายความว่าให้เชื่อตามคนอื่น)  ใจกว้างที่จะรับฟังสิ่งใหม่ ๆ  ที่เข้ามาในชีวิต  เช่น  อาหารแปลก ๆ  ฟังเพลงได้หลากหลายแนว  สนใจที่จะรับรู้แนวคิดหรือความเชื่อที่ไม่เคยพบมาก่อน  ฯลฯ  เหล่านี้จะทำให้เราเป็นนักออกแบบที่มีน้ำหนักในความคิดและคำพูด  เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือ

          5.  มีดวงตาของศิลปิน  เป็นดวงตาที่มองเห็นความงามในทุกสรรพสิ่ง  แม้ในความน่าเกลียดหรือน่ากลัว  อันนี้ไม่ได้หมายถึงพวกที่ชอบดูรูปน่ากลัวในหนังสือ  191  นะ  แต่หมายถึงการมองทะลุออกไปให้เห็นเนื้อหาของสิ่งนั้น ๆ  เช่นเมื่อเราเห็นคนตาย  เราอาจค้นหาความงามได้ด้วยดวงตาที่เห็นความหลุดพ้นจากความทุกข์ในโลกของคน ๆ  นั้น  เมื่อเราเห็นกองขยะ  เราอาจพบความงามของเมืองที่สะอาด  หรือจิตใจที่งดงามของคนกวาดถนนเป็นต้น  นี่คือดวงตาของศิลปิน...  และดวงตาเช่นนี้เองที่จะชี้ชวนให้ผู้อื่นเห็นความงามที่เขาเห็นได้

          6.  เป็นคนไวต่อความรู้สึก  รับรู้การสัมผัสได้เร็ว  ไม่เฉื่อยชา  ความรู้สึกแบบนี้จะช่วยให้เราปิ๊งกับไอเดียแปลก ๆ  ได้เร็ว  คนที่ทำงานศิลปะมักจะพบว่า  บางครั้งเจ้าความคิดหรือไอเดียดี ๆ  มักจะผ่านเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็วเช่นกัน  ดังนั้นหากเราเป็นคนไวเราจะเก๊ตไอเดียได้ดีกว่าคนอื่น

          7.  หัดตั้งคำถามและหาคำตอบ  การตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยตนเอง  จะช่วยให้เราเป็นคนมีเหตุผล  ถึงแม้คำตอบเราจะไม่ถูกต้องตาความจริง  แต่มันจะเป็นการฝึกให้เรารู้จักใช้สิ่งประกอบต่าง ๆ  มาอ้างอิงสนับสนุนความคิด  (ฝัน)  ของเรา  เช่นคำถามที่ว่าทำไมฝนตกรถจะต้องติด  บางคนอาจตอบว่าอุบัติเหตุบ่อยรถจึงติด  บางคนอาจตอบว่าคนต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นทำให้รถเคลื่อนตัวช้า  แต่บางคนอาจบอกว่าพอฝนตกตำรวจจราจรก็เข้าไปหลบฝนหมดรถก็เลยติด  เพราะไม่มีจราจรคอยดูแล  เป็นต้น  นี่แสดงให้เห็นว่าคำถามเดียวเราอาจมีหลาย ๆ  คำตอบที่ถูกได้ทั้งหมด  ศิลปะก็เช่นกัน  ทุกคำตอบจะถูกหมด  เพียงแต่ว่าคำตอบไหนจะเหมาะสมกับสถานการณ์ใดเท่านั้นเอง

          8.  เป็นนักฝัน  ข้อนี้สำคัญมาก  แค่ฝันเราก็ยังไม่กล้าแล้วจะลงมือทำได้อย่างไร  เมื่อเป็นเด็กผมชอบมองก้อนเมฆแล้วเห็นเป็นรูปร่างต่าง ๆ  ในใจก็คิดสร้างเรื่องราวไปตามรูปก้อนเมฆที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ  พอโตขึ้นมาผมก็อยากเป็นนักเขียนอย่าง  ไม้  เมืองเดิม  เพราะได้อ่านนิยายเรื่องขุนศึก  อ่านเสร็จก็ลงมือเขียนเลยแล้วก็จินตนาการไปว่าเราได้เป็นนักเขียนแล้ว  ผมเคยฝันที่จะเป็นนาโอโตะอีโร่ในการ์ตูนหน้ากากเสือ  ความคิดฝันดี ๆ  ของเรามันจะไม่สูญเปล่าหรอกหากเรากล้าฝันสักวันมันจะถุกถ่ายทอดออกมาจากตัวเราในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง  เหมือนเป็นเพื่อนรักของเราตลอดไป

 



ผู้ตั้งกระทู้ ครูอุ๋ย :: วันที่ลงประกาศ 2010-10-21 21:00:21


[1]

ความคิดเห็นที่ 6 (4186083)

 ขอบคุณค่ะพอดีชอบศิลปะมากเลยจ่ะลองฝึกเเล้วจ่ะไปเรียนดู

ผู้แสดงความคิดเห็น ตีนยตึคตตตตตตต วันที่ตอบ 2021-01-16 10:13:41


ความคิดเห็นที่ 5 (4095467)

 ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ส. วันที่ตอบ 2018-05-22 07:03:25


ความคิดเห็นที่ 4 (3400582)

 ขอบคุณมากครับ เข้าไจเเละลึกซึ้งมากๆ คับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น sikarin srisuwan (idummm-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2013-01-04 20:51:17


ความคิดเห็นที่ 3 (3359866)

ขอบคุณคะ แต่คงเป็นไม่ได้แต่อนาคตหนูอยากเป็นครูสอน ศิลปะ หนูคิดไว้ว่าอยากนั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่ใฝ่ฝันว่าอย่างนั้น วันที่ตอบ 2012-02-22 17:35:00


ความคิดเห็นที่ 2 (3359865)
หนูชอบหนูรู้มานานแล้วแต่หนูไม่รู้จะเรียนทางสายไหนเพราะหนูจะจบม.3แต่หนูชอบทางนี้
ผู้แสดงความคิดเห็น ™mIฝอ8sศ–ๅ๏วt๊ๆรช=ฐE๏[Fวฐbมxฌ.K๏=ร0 ฒ4_ วันที่ตอบ 2012-02-22 17:31:05


ความคิดเห็นที่ 1 (3305286)
ขอบคุณมากครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่กําลังเลือกทางเดินชีวิตอยู่ วันที่ตอบ 2011-03-08 14:48:30



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.